มาลัยมะลิโชยกลิ่นหอมฟุ้ง...ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งอันแสนอึดอันบนแผ่นฟิล์มระบบดิจิตอลในโรงภาพยนต์แห่งหนึ่ง
บางทีกลิ่นของมันก็ทำให้ฉันรู้สึกเวียนหัว ..เมื่อ “คนคิดมาก”
มาเสพเรื่องเล่าจาก “คนมากคิด” ทำให้ฉันต้องวิ่งวนค้นหาความหมายและคำตอบจากภาพและเสียงที่ปรากฎเบื้องหน้า…”ฟ้าต่ำแผ่นดินสูง” ?!!
วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ทัศนา..อณาเขต "ฟ้าต่ำ…แผ่นดินสูง"
"Boundary" อนาเขตแห่งความขัดแย้งในจิตใจมนุษย์..สู่พรมแดนอารยธรรมของโลก @ ประสาทเขาพระวิหาร ผ่านมุมมองของ"คนหนุ่ม"ที่ตั้งคำถามต่อความขัดแย้งที่มนุษย์สองเชื้อชาติ ต่างอุปโลกเพื่อครอบครองเป็นเจ้าของ?!!
วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
Walking Tour : ทอดน่อง..ท่อง"ราชดำเนิน"(1)
การเดินทางเพียงลำพังอาจจะดูโดดเดียว แต่รับรองว่าจะไม่เหงา ถ้ามีเพื่อนดีๆ สักเล่ม “Walking Tour : ทอดน่องท่องประวัติศาสตร์”
เพื่อนเล่มนี้ จะคอยบอกเล่าเรื่องราวระหว่างทางจาก “ราชดำเนิน”สู่ “ราษฎรเดินนำ” เขาจะคอยกระซิบบอกร่องรอยอดีตของถนนเส้นนี้ ทำให้เข้าใจ "ราชดำเนิน" มากกว่าที่ตาเห็น ^^

เพื่อนเล่มนี้ จะเริ่มเดินตั้งแต่หมุดเริ่มต้นประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินนอก เข้าสู่ถนนราชดำเนินกลาง แล้วเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์!!
แต่ฉันขอดำเนินสะดวกดีกว่า(ฮา) เพราะล่องเรือมาจากคลองแสนแสบมาถึงคลองมหานาค เลยเริ่มต้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศไปสิ้นสุดที่หมุดประชาธิปไตย
บ่ายแก่ๆของเดือนมิถุนายน 2554 ฉันขึ้นรถลงเรือมาถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ข้ามคลองบางลำพู สะพานแห่งนี้
เพื่อนกระซิบบอกว่า “นี่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อของ”ราชดำเนินนอก”กับ”ราชดำเนินกลาง” เวลาม็อบเคลื่อนขบวนจะถูกบีบตัวช่วงสะพานนี้ จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการตั้งแนวลวดหนาม เพื่อสกัดกั้นการชุมนุมครั้งสำคัญๆที่ผ่านมา”
อ๋อมิน่า…จุดยุทธศาสตร์แห่งนี้ จึงถูกทลายกลายเป็นเวทียุทธศาสตร์ของนักเคลื่อนไหว(เสื้อแดง)ไปซะแล้ว (ฮา)
เป้าหมายต่อไป “พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยุ่หัว” สร้างสมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งเดิมเป็นร้านตัดสูทที่ทันสมัยที่สุดในยุค รัชกาลที่6 พอเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ก็กลายมาเป็นกรมโยธาธิการ ก่อนจะกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบัน
เดินยาวๆ ลมเย็นๆ ดอกมะขามร่วงเกลื่อนกราวอยู่บนพื้นคอนกรีต ใต้ร่มเงาร่มรื่น ก็เลยเถิดมาถึง “เวทีมวยราชดำเนิน” ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.
เรื่อยเปื่อยมาถึงแยก จปร. เจอกองบัญชาการกองทัพบก เดิมเป็นเรือนนอนของนักเรียนนายร้อยทหารบก เมื่อเช้าตรู่ของวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง นักเรียนบางส่วนถูกลวงไปชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
มาเรื่อยๆ ก็เจอคลองผดุงกรุงเกษม พบสะพานข้ามคลองที่สวยเลิศเหมือนดังอยู่เวนิส(อิอิ) “สะพานมัฆวานรังสรรค์” สถานที่แห่งนี้ ทำให้ “ร้อยเอกอาทิตย์ กำลังเอก” กลายเป็น “วีรบุรูษสะพานมัฆวาน” หลังจากห้ามทัพขบวนนักศึกษาที่ประท้วงการเลือกตั้งสกปรกในยุคจอมพล ป.ไม่ให้เกิดการปะทะและนองเลือด
เอาละซี..ยุคนี้ สะพานมัฆวานถูกยึดเป็นยุทธศาตร์เคลื่อนไหวของคนเสื้อเหลือง วันนี้พวกเขาก็ยังอยู่ มาชักชวนให้ “โหวตN0”
“ทำเนียบรัฐบาล” เห็นเพียงเงาๆ เพราะล้อมกรอบไปด้วยรั้วลวดหนาม ถูกกั้นไม่ใช้เข้าใกล้รัศมีอยู่หลายเมตร เพราะถูกล้อมด้วยมวลชนคนเสื้อเหลือง
ถัดมา "กระทรวงศึกษา" เดิมเป็น "วังจันทร์เกษม" รัชกาลที่ 5 สร้างให้รัชกาลที่ 6 แต่มิทรงได้ประทับเพราะขึ้นครองราชย์เสียก่อน พอเปลี่ยนแปลงการปกครองก็ถูกเวรคืน กลายเป็นกระทรวงศึกษาธิการ
เริ่มจะค่ำแล้ว..รีบย่ำเท้าผ่าน "วังปารุสสวัน" ข้ามไปบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ต้นถนน "ราชดำเนินกลาง" เดิมคือพระราชวังดุสิต ลานแห่งนี้ เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ก่อการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ยืนอ่าน "ประกาศคณะราษฎร์ ฉบับที่ 1"
“..ด้วยบัดนี้ คณราษฎร ได้จับพระบรมวงษานุวงษ์ ไว้เปนประกันแล้ว ถ้าผู้ใดขัดขวางคณราษฎร ผู้นั้นจะต้องถูกลงโทษ และพระบรมวงษานุวงษ์จะต้องถูกทำร้าย..”
แล้วเวลาต่อมา ได้มีการฝังหมุดทองเหลืองไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสำเร็จในการดำเนินงานและเพื่อเป็นการยืนยันให้เห็นถึงเจตนารมย์ของคณะราษฎร์ที่นำระบอบประชาธิปไตยมามอบให้แก่ประชาชนเพื่อความเจริญของประเทศชาติสืบไป
วันก่อน 24 มิถุนายน 2555 ก็เห็น "คณะราษฎรเก๊" มาอ่าน “ประกาศคณะราษฎร์ที่ 2” ก็ฮาเฮกันไป
เหม่อมองไปเบื้องหน้า..เห็นพระที่นั่งอนันตสมาคมสวยงามสง่าแม้ความมืดเริ่มคลี่ปกคลุมภาพอดีตอันรุ่งโจนน์แห่งสมบูรณาญาสิทธิราช “เพื่อน”กระซิบปลุกจากภวังค์ว่า
"ช่วงเย็นวันที่ 24 มิถุนายน 2475 มีการอัญเชิญธงมหาราช ซึ่งเป็นธงประจำพระองค์ของมหากษัตริย์ที่ประดับอยู่บนยอดโดมลง และชักธงไตรรงค์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาติขึ้นสู่ยอดโดม ซึ่งได้โบกสะพัดต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้"
“ราชดำเนินนอก” ระยะทางเพียงสั้นๆ..แต่การเดินย่ำไปพร้อมกับการรำลึกอดีต..กลับกลายเป็นการเดินทางที่ยาวนานไม่หยอกเลยแฮะ!!
แล้วฉันจะกลับมาย่ำ "ราชดำเนิน”เส้นทางที่เหลือ.. แต่ไม่คิดว่ามันจะยาวนานจนข้ามปี!! …
เพื่อนเล่มนี้ จะคอยบอกเล่าเรื่องราวระหว่างทางจาก “ราชดำเนิน”สู่ “ราษฎรเดินนำ” เขาจะคอยกระซิบบอกร่องรอยอดีตของถนนเส้นนี้ ทำให้เข้าใจ "ราชดำเนิน" มากกว่าที่ตาเห็น ^^
เพื่อนเล่มนี้ จะเริ่มเดินตั้งแต่หมุดเริ่มต้นประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินนอก เข้าสู่ถนนราชดำเนินกลาง แล้วเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์!!
แต่ฉันขอดำเนินสะดวกดีกว่า(ฮา) เพราะล่องเรือมาจากคลองแสนแสบมาถึงคลองมหานาค เลยเริ่มต้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศไปสิ้นสุดที่หมุดประชาธิปไตย
บ่ายแก่ๆของเดือนมิถุนายน 2554 ฉันขึ้นรถลงเรือมาถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ข้ามคลองบางลำพู สะพานแห่งนี้
เพื่อนกระซิบบอกว่า “นี่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อของ”ราชดำเนินนอก”กับ”ราชดำเนินกลาง” เวลาม็อบเคลื่อนขบวนจะถูกบีบตัวช่วงสะพานนี้ จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการตั้งแนวลวดหนาม เพื่อสกัดกั้นการชุมนุมครั้งสำคัญๆที่ผ่านมา”
เดินยาวๆ ลมเย็นๆ ดอกมะขามร่วงเกลื่อนกราวอยู่บนพื้นคอนกรีต ใต้ร่มเงาร่มรื่น ก็เลยเถิดมาถึง “เวทีมวยราชดำเนิน” ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.
เรื่อยเปื่อยมาถึงแยก จปร. เจอกองบัญชาการกองทัพบก เดิมเป็นเรือนนอนของนักเรียนนายร้อยทหารบก เมื่อเช้าตรู่ของวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง นักเรียนบางส่วนถูกลวงไปชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
มาเรื่อยๆ ก็เจอคลองผดุงกรุงเกษม พบสะพานข้ามคลองที่สวยเลิศเหมือนดังอยู่เวนิส(อิอิ) “สะพานมัฆวานรังสรรค์” สถานที่แห่งนี้ ทำให้ “ร้อยเอกอาทิตย์ กำลังเอก” กลายเป็น “วีรบุรูษสะพานมัฆวาน” หลังจากห้ามทัพขบวนนักศึกษาที่ประท้วงการเลือกตั้งสกปรกในยุคจอมพล ป.ไม่ให้เกิดการปะทะและนองเลือด
เอาละซี..ยุคนี้ สะพานมัฆวานถูกยึดเป็นยุทธศาตร์เคลื่อนไหวของคนเสื้อเหลือง วันนี้พวกเขาก็ยังอยู่ มาชักชวนให้ “โหวตN0”
“ทำเนียบรัฐบาล” เห็นเพียงเงาๆ เพราะล้อมกรอบไปด้วยรั้วลวดหนาม ถูกกั้นไม่ใช้เข้าใกล้รัศมีอยู่หลายเมตร เพราะถูกล้อมด้วยมวลชนคนเสื้อเหลือง
เริ่มจะค่ำแล้ว..รีบย่ำเท้าผ่าน "วังปารุสสวัน" ข้ามไปบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ต้นถนน "ราชดำเนินกลาง" เดิมคือพระราชวังดุสิต ลานแห่งนี้ เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ก่อการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ยืนอ่าน "ประกาศคณะราษฎร์ ฉบับที่ 1"
“..ด้วยบัดนี้ คณราษฎร ได้จับพระบรมวงษานุวงษ์ ไว้เปนประกันแล้ว ถ้าผู้ใดขัดขวางคณราษฎร ผู้นั้นจะต้องถูกลงโทษ และพระบรมวงษานุวงษ์จะต้องถูกทำร้าย..”
แล้วเวลาต่อมา ได้มีการฝังหมุดทองเหลืองไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความสำเร็จในการดำเนินงานและเพื่อเป็นการยืนยันให้เห็นถึงเจตนารมย์ของคณะราษฎร์ที่นำระบอบประชาธิปไตยมามอบให้แก่ประชาชนเพื่อความเจริญของประเทศชาติสืบไป
วันก่อน 24 มิถุนายน 2555 ก็เห็น "คณะราษฎรเก๊" มาอ่าน “ประกาศคณะราษฎร์ที่ 2” ก็ฮาเฮกันไป
เหม่อมองไปเบื้องหน้า..เห็นพระที่นั่งอนันตสมาคมสวยงามสง่าแม้ความมืดเริ่มคลี่ปกคลุมภาพอดีตอันรุ่งโจนน์แห่งสมบูรณาญาสิทธิราช “เพื่อน”กระซิบปลุกจากภวังค์ว่า
"ช่วงเย็นวันที่ 24 มิถุนายน 2475 มีการอัญเชิญธงมหาราช ซึ่งเป็นธงประจำพระองค์ของมหากษัตริย์ที่ประดับอยู่บนยอดโดมลง และชักธงไตรรงค์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาติขึ้นสู่ยอดโดม ซึ่งได้โบกสะพัดต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้"
“ราชดำเนินนอก” ระยะทางเพียงสั้นๆ..แต่การเดินย่ำไปพร้อมกับการรำลึกอดีต..กลับกลายเป็นการเดินทางที่ยาวนานไม่หยอกเลยแฮะ!!
แล้วฉันจะกลับมาย่ำ "ราชดำเนิน”เส้นทางที่เหลือ.. แต่ไม่คิดว่ามันจะยาวนานจนข้ามปี!! …
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ล่อง ‘รถไฟสายมรณะ’ เยื่อน..เพื่อนเก่าเจ้าถิ่น^^
“เมื่อไรจะมานั่งรถไฟเที่ยวกันล่ะ..รออยู่นะ (*-*)”
10 วันผ่านไป..เจ้าประโยคยั่วยวน..ก็ชวนฉันมาเหยียบ @ สถานีธนบุรี ยามบ่ายของวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2555 !!
หลังจากรอมแรมจากบ้านย่านสำโรงราว 10โมงเช้า นั่งสองแถวต่อสายรถเมล์สาย 23 โบกแท็กซี่ไปลงเรือ(ข้ามฟาก) เดินเรื่อยๆ เข้าโรงพยาบาลศิริราช
“ขึ้นสองแถวนั่นไปครับ เดินไกล..” พี่ยามบอกแกมบังคับ
ควักบัตรประชาชนไปแลก “ตั๋วรถไฟฟรี” ขบวนที่ 259 จะไปถึง”สถานีกาญจนบุรีราวๆ 5 โมงเย็น
นักเที่ยว หนุ่มสาว ครอบครัว และชาวต่างชาติ(แบ็คแพ็ค) ต่างทยอยขึ้นไปจับจองที่นั่งกันอย่างหลวมๆ แต่ดูอบอุ่น ...เวลายังเหลือเฟือแวะเข้าซุ้มเครื่องดื่มสั่ง “ดีกรี” มาดับร้อน (อิอิ)
ทอดอารมณ์ชิลๆ ริมชานชลา สายตาพลันเหลือบไปเห็น “ประกาศการรถไฟแห่งประเทศไทย” จ๊าก!! มันมีประกาศแบบนี้ตั้งแต่เมือ่ไหร่55++
.....กินลม ชมวิว เพลินๆ
เผลอแป๊บเดียว..ถึงแล้ว “สถานีกาญจนบุรี”….
กริ๊ง กร๊าง หาเพื่อนเก่า...อยู่ไหนหว่า?!!
แล้วเพื่อนก็มาเกยที่ชานชลา พากันไปหา “ห้องพัก” เสร็จสรรพ พาไปกิน “ตีนไก่รสเด็ด” ยังไม่เปรม ขอแวะตลาดโต้รุ่ง หาอะไรหวานๆ แก้เมา (อิอิ) ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมบัวลอย ถูกกรอกลงท้อง..แล้วก็กลับห้องนอน
ตามโปรแกรมเช้านี้ (4 มิถุนายน) พวกเราจะจับรถไฟสายมรณะไปเที่ยวน้ำตกไทรโยคน้อย เช็คแล้วว่ารถไฟจะมาถึงสถานีกาญจนบุรี และจะมาถึงสถานีข้ามแม่น้ำแควราว 4 โมงเช้า ต้องไปจองตั๋วฟรีล่วงหน้า
จะอะไรก็ช่าง..พอเที่ยงหน่อยๆ รถไฟก็มาแว้ว..เย้ๆ
เป้าหมายเราอยู่ที่สถานีถ้ำกระแซไปถึงราวๆ 4 โมงเย็น
ตรงนี้มีไฮไลท์ ตรงรางรถไฟอยู่ชิดติกขอบหน้าผา!!
นั้งแช่ได้แป๊บเดียวก็รอรถไฟ(ขบวนเดิม)กลับ..ตี๋ตั๋วรถตู้เข้าบางกอก ต่อรถไฟฟ้า(bts)..ต่อสองแถวกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพราวๆ 3 ทุ่มครึ่ง
เด็กๆ ที่บ้านเริ่มโวยวาย...หายไปไหนกันมา...ได้ยินเสียงร้อง “หิวๆๆๆ” หันไปดูชามข้าวเหมี๊ยว ไม่เหลืออาหารสักเม็ด
เฮ้ยคำนวณดีแล้วนร้า สงสัยฟาดหมดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วซิท่า...ไอ้อ้วน!!
(^ _^)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


